• ". . .ถ้าเอา ธรรมะออกไปแล้ว มนุษย์จะเลวกว่าสัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ไม่มีธรรมะแล้ว อันธพาลเต็มบ้านเต็มเมือง ไม่มีความผาสุกเลย ในโลกสัตว์เดรัจฉานไม่มีอันธพาลอย่างนี้ ไม่มีอันธพาลขนาดที่ว่า เอาก้อนหินมาดักรถยนต์ให้สะดุดแล้วล้มคว่ำ แล้วก็มาปล้นเอาของในรถยนต์ ถอดเอาเสื้อผ้าของคนในรถเหลือแต่กางเกงในนั้น สัตว์เดรัจฉานทำไม่ได้ . . ."
  • ". . .การแก้ไขปัญหาชีวิตในวันนี้ ไม่อาจอาศัยแต่ข้อมูลแต่วันวาน เพราะข้อมูลเดียวกัน อาจให้ผลต่างกันลิบลับ ข้อมูลชีวิตที่ดีที่สุด คือข้อมูลที่เก็บมาด้วยสติปัญญา การแก้ปัญหาชีวิตนั้น อย่าลุ่มหลงเชื่อถือข้อมูลจนเกินไป เพราะข้อมูลย่อมไล่ไม่ทันความจริงเฉพาะหน้า ชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์นัก ใครเลยจะรู้จัก โดยใช้แต่ข้อมูล . . ."
  • ". . .รู้จักประมาณตน ประมาณกาล ประมาณทรัพย์ คือรู้จักชีวิต ผลจากการรู้ประมาณ คือเกิดความพอดี พอดีคือ พอแล้วจึงดี มิใช่ดีแล้วจึงพอ สำหรับคนเห็นแก่ตัว วันนี้พอดี พรุ่งนี้ก็พร่อง แสวงหา สะสมเท่าใด ก็ไม่รู้จักพอดี เขาไม่รู้ว่า เพียงแต่เขาไม่ยอมเป็นทาสของการแสวงหา ความพอดีก็มีอยู่แล้วตรงหน้าเขา . . ."
  • ". . .โลกไม่ใช่โรงละคร มนุษย์ก็ไม่ใช่ตัวแสดง โลกคือมหาวิทยาลัยชีวิต และมนุษย์ก็มีหน้าที่ตั้งใจเล่าเรียน เมื่อทารกถือกำเนิด เขาก็ได้เข้าสู่มหาวิทยาลัยชีวิตเสียแล้ว มหาวิทยาลัยชีวิต มีสิ่งแวดล้อมเป็นครู มีตัวเองเป็นตำรา เมื่อครูเป็นหนึ่งเดียวกับตำรา นั่นคือ เวลาที่สมควรจะรับปริญญาชีวิต . . ."
  • ". . .การเลียนแบบ และการยอมรับความเชื่อ ไม่ใช่การเรียนที่ดี ถ้าไม่ทำให้จิตใจเจริญก้าวหน้า การเรียนที่ดี คือการรับรู้ และปฏิบัติฝึกฝน ด้วยความสังเกตุ และพิจารณา การซักถาม และขัดแย้งอย่างเหมาะสม เป็นเหตุให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี ฉะนั้น สิ่งแรกที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ ก็คือการเอาชนะความหวาดกลัว ด้วยว่าความหวาดกลัว เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดของการเรียนรู้. . ."
  • ". . . ชีวิตย่อมมีพันธะอยู่โดยธรรมดา ต่างกันแต่ว่าจะนำมาซึ่งความทุกข์หรือไม่ สังคมย่อมอยู่รอดด้วยสัมพันธภาพ มีสัมพันธภาพคือมีความรัก พ่อ แม่ ทำหน้าที่ของพ่อแม่ แต่ต้องเป็นเพื่อนที่ดีของลูก ครูต้องทำหน้าที่ของครู แต่ต้องเป็นเพื่อนที่ดีของศิษย์ สัมพันธภาพแห่งความเป็นเพื่อนคือ ไม่บังคับบัญชา ไม่ยึดครอง ไม่เรียกร้อง ไม่สร้างปัญหา เพียงแต่เอาใจใส่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยความรักในชีวิตทั้งหลาย . . ."
  • ". . . เมื่อจะต้องต่อสู้ เป้าหมายมิใช่มุ่งทำลายตัวบุคคล ความเห็นผิด ของเขาต่างหาก ที่เรามุ่งต่อสู้แก้ไข การให้อภัย และการช่วยเหลือ คือพื้นฐานของยุทธวิธีที่แท้จริง อันจะนำมาซึ่งสันติภาพ และความก้าวหน้าร่วมกัน อย่าให้ความโกรธแค้น เสียใจ เป็นพื้นฐานของการต่อสู้ เพราะการต่อสู้เช่นนั้น ไม่ได้เพื่อใคร หรืออะไรเลย นอกจากความปวดร้าว ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ใครเป็นผู้ให้อภัยได้นั่นเองคือข้อตัดสิน เพื่อหาผู้ถูกต้อง . . ."
  • ". . . ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้ แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็งในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นั้นได้ ความเข้มแข็งในใจนั้น หมายความว่า ไม่ท้อถอย และไม่เกิดอารมณ์มาทำให้โกรธ อารมณ์นั้นก็คือ ความโกรธ ความฉุนเฉียว ความน้อยใจ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คิดไม่ออก . . ."
  • ". . . ไม่มีสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำในวันนี้ พรุ่งนี้อาจสมควรทำอย่างยิ่ง สิ่งที่ควรทำกับคนหนึ่ง อาจไม่ควรทำกับคนอื่นๆ สิ่งที่ควรทำในสถานที่หนึ่ง อาจทำไม่ได้เลยในที่อื่นๆ ดังนั้น ควรไม่ควรไม่อาจระบุได้แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่เป็นอยู่เฉพาะหน้า ยังไม่ถึงวาระที่ต้องกระทำ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะกระทำอย่างไร อาหารในความคิดคำนึง ไม่อาจทำให้ท้องอิ่มได้ เมื่อถึงวาระที่จะกระทำ ความรับผิดชอบแต่ชีวิตและสถานการณ์เฉพาะหน้า จะทำให้รู้เองว่าควรทำอย่างไรดี. . ."
Designed By Spicy Interactive co.,ltd